วิธีคำนวณค่าไฟอย่างไร เพื่อเลือกซื้อขนาด”เครื่องปั่นไฟ”ให้เหมาะสมกับงานของคุณ

1. ต้องรู้ก่อนว่า จะซื้อเครื่องปั่นไฟไปเพื่ออะไร

  • เพื่อใช้แทนไฟหลวงเลย เนื่องจากไฟหลวงยังมาไม่ถึง และค่าใช้จ่ายในการขอค่อนข้างสูงมาก ถ้าหากจะใช้แทนไฟหลวงเลยควรจะมีเครื่องปั่นไฟ2ตัวเพื่อสลับกันใช้งาน
  • เพื่อใช้เป็นไฟสำรองในบ้าน เมื่อไฟดับ
  • เพื่อใช้กับอุปกรณ์อย่างใดอย่างหนึ่งโดนเฉพาะ
  • เพื่อใช้ในงานภาคสนาม

2. พอรู้แล้วว่าใช้เพื่ออะไร คราวนี้ก็มาแจกแจงรายละเอียด

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อะไรบ้างที่เราต้องการใช้งาน
  • อุปกรณ์ดังกล่าวมีอย่างละกี่ตัว
  • อุปกรณ์ตัวนั้นๆใช้ไฟกี่วัตต์
  • สถานที่ที่จะนำไปใช้ต้องเดินสายไฟห่างไปประมาณเท่าไหร่

1D540D33-FF91-4908-8133-1EB05B55A894.jpeg

3. เมื่อจำแนกอุปกรณ์ออกมาแล้ว ให้แยกออกมาเป็น2ประเภทคือ

  • อุปกรณ์ที่ให้แสงสว่างหรือความร้อน ไม่มีมอเตอร์เป็นส่วนประกอบ โดยอุปกรณ์ประเภทนี้หาซื้อเครื่องปั่นไฟได้ง่าย สามารถรวมค่าวัตต์ออกมาแล้วไปหาซื้อขนาดเครื่องปั่นไฟนั้นๆได้เลย
  • อุปกรณ์ประเภทมีมอเตอร์เป็นส่วนประกอบ เช่น ปั๊มน้ำ แอร์ โดยอุปกรณ์ประเภทนี้ ไม่ง่ายเท่าไหร่ เนื่องจากต้องเผื่อค่าความปลอดภัยเวลาสตาร์ทครั้งแรก ครั้งที่สอง ประมาณ4-5เท่าด้วย

4. จากนั้นให้นำค่าไฟฟ้า ที่แสดงหน่วยเป็นวัตต์ ของอุปกรณ์ดังกล่าวมาบวกรวมกันทั้งหมด ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่มีมอเตอร์ให้คุณ 4หรือ5ไว้ด้วย

เช่น อุปกรณ์รวมๆ บวกกันแล้วได้ 3500+4200 =7700 วัตต์
จากนั้นเอา 1000หาร เพื่อทำให้เป็นกิโลวัตต์ จะได้เป็น7.7 กิโลวัตต์
โดยส่วยมากหน่วยของเครื่องปั่นไฟ นิยมใช้กัน2แบบ คือ
KW หรือ กิโลวัตต์
KVA หรือ กิโลโวลต์แอมป์ ค่านี้ได้จากนำKW หารด้วย 0.8
***หมายเหตุ 1KW = 0.8KVA
10KVA=8KV

B604843A-1A42-4CC9-A0BA-FEB0F27AE07C.jpeg
5. จากนั้นหารุ่นเครื่องปั่นไฟที่ใกล้เคียงกับไฟฟ้าที่เราใช้ แนะนำให้เป็นตัวเลขที่มากกว่าที่เราคำนวณได้

***ข้อควรระวัง อย่าพยายามประหยัดแบบผิดวิธี ด้วยการลดตัวเลขลง เพราะถ้าไฟซื้อรุ่นที่มีขนาดเล็กแล้วจะใช้งานไม่ได้จริงๆ และเวลาเสียที ก็ต้องส่งซ่อม เสียค่าซ่อมเสียเวลาและค่าขนส่ง

04771642-28BC-4C59-AA47-13FAA7D7C46B.jpeg